"ชีวิตแม่งต้องซักซี้ดดดดดดดนึง" : อ้าว คนละเรื่องกันหรอกหรอ
 
(คำเตือน : Entry นี้ไม่เหมาะกับบุคคลประเภท "ยาวไปไม่อ่าน" เพราะบล็อกนี้ยาวนานมาก :p)
 
เกิดเป็นวัยรุ่นต้องใช้ชีวิตให้คุ้มครับ อย่างที่วันนี้ผมสอบเสร็จแล้ว เลยไปจัดหนังเรื่องนี้สักรอบ ต้องบอกเลยว่าเค้าตัดทีซเซอร์ได้ค่อนข้างแย่เลยทีเดียว เพราะดูไม่รู้เรื่องเลยว่าหนังจะออกไปในโทนไหน ทำให้ตอนแรกเราเลือกจะไม่ไปดูด้วยแหละ
 
แต่โลกทวิตเตอร์ทำให้ผมเปลี่ยนไป เพราะฟีดแบ็คคือมันเป็นไปในทางบวกเสียเป็นส่วนใหญ่ จนผมเลยตัดสินใจว่า โอเค ไปดูก็ได้ :3
 
ต้องบอกเลยว่า เกรียนฟิคชั่น (เพิ่งทราบมาว่าใช้ชื่อภาษาอังกฤษเป็น "18") เป็นหนังวัยรุ่น ฉะนั้นผมจะไม่เอามาเปรียบกับ "หนังครอบครัว" ของมะเดี่ยวเอง อย่าง Home หรือ รักแห่งสยามครับ และถ้าจะให้เทียบกับหนังวัยรุ่นเรื่องอื่นก็ไม่ขอเทียบครับ เพราะเดี๋ยวบล็อกจะยาว ขี้เกียจพิมพ์ อิอิอิอิอิ
 
(เตือนไว้ก่อน มีการเปิดเผยเนื้อเรื่องหนังจนจบด้วยนะ -3-)
 
 
เรื่องราวมีอยู่ว่าเด็ก ม.4 แก๊งเกรียนประจำโรงเรียนวารีเชียงใหม่ อันประกอบด้วย ตี๋ (คนที่ปากคาบเสื้อ) โอ๊ต (เสื้อสีน้ำตาลลายหลอดไฟ) ม่อน (คนซ้ายที่เบ่งกล้าม) โมน (คนขวาที่ทำหน้าเหวอ) เค้าชอบทำคลิปแกล้งคนอื่นแล้วอัพลงยูทูป (ผ่านทาง COMMUAN LTE เครือข่าย 4G ที่ทรงประสิทธิภาพ <3 ช่างคิดนะ) จนพี่ท็อป พี่ที่ชมรมการแสดงได้มาลากตัวแก๊งเกรียนเข้าชมรม
 
ไอ้ตี๋ของเรามันก็ได้ไปแอบชอบ พลอยดาว (คนที่อยู่ในก้อนเมฆ) สาวสวยของโรงเรียนที่ใครๆ หลายคนก็ต่างหมายปอง แต่ปัญหาของเธอคือ เป็นการยากที่เธอจะรักหรือแม้แต่สัมผัสมือของชายหนุ่ม จนมาถึงโอกาสในการเล่นละครเวที ที่ไอ้ตี๋ของเราก็ได้ไปจับพลัดจับผลูเล่นเป็นพระเอกคู่กับพลอยดาว แต่เหมือนว่าทุกสิ่งทุกอย่างก็ฉิบหาย ฉิบหายจนเรายังเผลอตะโกนลั่นโรงเลยทีเดียว
 
จากเหตุการณ์นั้นทำให้พลอยดาวเปลี่ยนไป กลายเป็นคนที่ไม่มั่นใจในตัวเอง แม้ไอ้ตี๋จะพยายามไปขอโทษแต่ก็ไม่เป็นผล เธอไม่สนใจ กลับกลายเป็นว่าเป็นการสร้างปมบางอย่างในจิตใจของเด็กทั้ง 2 คนนี้ต่อไป...
 
** ถัดจากรูปผู้ชายคือบทวิเคราะห์ที่ประกอบด้วยการสปอยล์เรื่องอย่างเข้มข้น >///<) **
 
 
หนังเปิดเรื่องมาได้เกรียนมาก เป็นคลิปที่ไปแอบถ่ายแกล้งคนอื่นมา (เกรียนสัสๆ อ้ะ ขอโทษที่ใช้คำไม่สุภาพ) แต่ทั้งๆ ที่ยังจะไม่ค่อยได้ปูพื้นตัวละครเท่าไหร่ก็เริ่มเรื่องเลย นี่นั่งงงอยู่พอสมควรว่าใครเป็นใคร จนกระทั่งเจอตัวละครที่ชื่อ พลอยดาว
 
พลอยดาวเหมือนสาวในอุดมคติ เหมือนสาวในนิยายแจ่มใส เธอเป็นคนที่สวยมาก ทุกคนหมายปองเธอ แต่เธอไม่กล้าที่จะหมายปองใคร และเธอเองก็ไม่ค่อยมีเพื่อนสนิทด้วยแหละ หนังยังสนับสนุนว่าเธอเป็นเพียงตัวละครคนเดียวที่ทุกคนจะเรียกเธอด้วยชื่อ จริง พลอยดาว
 
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างไอ้ตี๋กับพลอยดาวตอนแสดงละครเวทีเรื่องสโนว์ไวท์ ทำให้เธอได้รับความอับอายขายขี้หน้านัก ทุกคนในโรงเรียนมองเธอด้วยสายตาแปลกๆ เธอเสียเพื่อนและอยู่ตัวคนเดียว เธอกลายเป็นคนที่ขาดความมั่นใจ จนเกือบทำอนาคตของตัวเองดับ เธอช่างน่าสงสาร
 
แก๊งเกรียนเป็นแก๊งที่มีเสน่ห์มาก ถ้าพุตามจริงก็เหมือนกับเด็ก ม.ปลาย ทั่วไป มีวิถีชีวิตและนิสัยที่จับต้องได้ ไม่ลอยออกนอกโลก ถามว่า 4 คนนี้ชอบคนไหนที่สุด โอ๊ต ครับ >///<
 
ตัวละครกิ๊ฟซี่เธอก็น่าสนใจ เธอเล่นเป็นทิพ พี่สาวเจ้าปัญหาของตี๋ ความที่บทบาทของเธอมีน้อย ทำให้เธอเป็นคนที่ดูลึกลับและน่าค้นหา เรื่องราวจะดำเนินไปเรื่อยๆ ในขณะที่เราก็จะได้รู้จักทิพมากขึ้น มีคนกล่าวว่าเธอเล่นน้อยแต่เยอะ ผมก็เห็นด้วยครับ
 
ตัวละครสมทบอื่นๆ ก็ทำได้ดีครับ อย่างเช่น "เขตต์" (ไม่รู้ชื่อนักแสดง) แฟนหนุ่มของทิพ ก็ดูจะยังไม่มั่นใจในความรักเท่าไหร่นัก "แดงต้อย" ของเจ๊ป๋อมแป๋ม นางร้ายกาจมาก แต่หลายๆ คนก็ชอบนางนะ จริงมั้ยครับ หรืออย่าง "ครูเสน่ห์" ของตั๊กบริ ก็จะดูเกินๆ ไปหน่อย แต่ก็ช่วงสร้างสีสันให้เรื่องครับ
 
 
หลายๆ ฉากในเรื่องนั้นเจ็บมาก ด้วยมุมกล้องและการตัดต่อ เจ๊มะเองอาจจะเคยมีความหลังกับละครเวทีก้ได้ หนังต่างๆ ก็มักจะมีฉากละครเวทีเสมอ = = รวมถึงเรื่องนี้ ในฉากการซ้อมละครเวทีของพลอยดาวนั้นค่อนข้างทรงพลังมาก ตัวเธอที่กำลังสูญเสียความมั่นใจ และได้พยายามอย่างสุดความสามารถ ตัดสลับกับภาพแก๊งเกรียนที่ต่างก็ซ้อมเต้นในส่วนตัวเอง เป็นอีกฉากที่ชอบมากครับ
 
บางฉากที่หลายๆ คนอาจจะมองว่ามันไม่ค่อยสมเหตุสมผลคือ ฉากที่ทิพกำลังจะฆ่าตัวตายแล้วโทรมาหาตี๋ที่กำลังจะแสดงละครอยู่ที่กาดสวนแก้ว ตี๋ตัดสินใจวิ่งกลับมาที่บ้านตามคูเมือง ทั้งๆ ที่เชียงใหม่ก็มีรถแดงวิ่งกันให้พลั่ก ทำไม? บางทีเราก็ไม่อาจจะรอคอยอะไรสักอย่างได้ การวิ่งกลับบ้านอาจทันใจกว่าการรอรถแดงซึ่งอาจจะไปรับส่งคนอื่นตามทางอีก ซึ่งจะช้ามาก (ประสบการณ์ตรงเกือบตกรถกลับบ้านเพราะรถแดงเชียงใหม่ T T)
 
ปัญหาของตี๋คือ เขาคิดว่าไม่มีใครเห็นความสำคัญของเขา ทั้งแก๊งเกรียน และแม้กระทั่งพี่สาวของเขา เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่อยากให้ตัวเขามีคนสนใจ ไม่ใช่คนที่ถูกลืม การถูกเมินเฉยจากกลุ่มเพื่อน (ที่ไม่ได้ตั้งใจ) และการไม่รับการเอาใจใส่จากทิพ ทำให้เขารู้สึกน้อยใจมาก กอปรกับคำพูดของใครสักคนจำไม่ได้ ที่กล่าวว่า "มึงไม่ควรจะไปเป็นปมปัญหาของคนอื่น" เลยตัดสินใจหนีไปจากทุกคน...
 
เรื่องราวก็ดำเนินไปสู่อีกโทนเรื่องหนึ่ง เขาตื่นขึ้นมาพบว่าอยู่ที่พัทยา สิ่งที่ผมเป็นห่วงเล็กๆคือ พัทยาเป็นเมืองที่กว้างและ (มีอะไรลึกลับอีกมากมาย) กลัวว่าจะไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดหรือขายบริการกรือเปล่า แต่หนังก็ไม่ได้ไปลึกถึงขนาดนั้น ก็นับว่าดีครับ และแขกรับเชิญที่สุดแสนจะเซอร์ไพรส์ (และผมก็ดูไม่ออกจนได้ไปรู้อีกทีที่พันทิป) พิชชี่ ในบทมาเฟียที่แฟนตาซีมาก เชื่อว่าหลายๆ คนก็คงจะชอบเหมือนกัน
 
ที่พัทยา ตี๋ได้พบกับ "โมน" ซึ่งหน้าตาเหมือนกับโมนที่เชียงใหม่ แต่ต่างกันที่เขาย้อมผมทอง สักยันต์ และเป็นเด็กแว้นซ์ที่มีหนี้ถึง 50000 บาท ตัวละครโมนพัทยา ก็น่าสนใจ หนังวัยรุ่นส่วนใหญ่มักจะกล่าวถึงเพียงเด็กวัยรุ่นในเมืองใหญ่ ที่มีวิถีชีวิตที่ค่อนข้างดีมีพร้อม ในขณะที่โมนพัทยา หนีออกจากบ้าน มาทำงานหาเงินที่พัทยาก็มีหนี้ตามตัว จะหนีกลับบ้านก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร พ่อแม่เขาจะยังอยู่รอต้อนรับมั้ย อนาคตของเขามีเพียงน้อยนิด ในขณะที่โมนที่เชียงใหม่ บ้านมีฐานะ เขาสามารถเลือกเรียนมหาวิทยาลัย หรือเลือกอนาคตได้ การใช้ตัวแสดงตัวเดียวกันสื่อให้เห็นว่า ชีวิตเราถ้าไม่ดีที่สุด ก็คงจะเหี้ยที่สุดนั่นแหละ
 
ฉากบาร์เกย์แสดงให้เห็นถึงการแก้ปมปัญห