"เจ้าจะต้องมีศรัทธาก่อน แล้วความไว้ใจมันจะตามมาทีหลัง" (ท่านกินพระ ว. เข้าไปหรือ)
 
"คนเรามักจะกลัวใจสิ่งที่ไม่เข้าใจ" (ท่านกินนิ้วกลมเข้าไปหรือ)
 
(คำเตือน : Entry นี้อาจทำให้ตึกถล่ม บ้านเมืองพังทลาย โปรดอ่านในที่ๆ ปลอดภัย)
 
สำหรับหนังเรื่องนี้ทำให้เราต้องจองตัวล่วงหน้าโดยทันที จะไปดูหนังคนเดียวไม่ต้องง้อผู้ชาย เชอะ -3-) กับหนังยอดมนุษย์ที่เรารอคอยมานาน ไม่ใช่ภาคต่อ อย่าให้เจอว่าเรียกเป็นภาค 6 จะหยิกหูใหัเขียวเลย = =) มันคือการรีบู๊ทใหม่ อะไรนะ ใช่แล้วรีบู๊ท ต่างจากรีเมคโดยสิ้นเชิง กล่าวคือการตีความใหม่ สร้างสรรค์ใหม่ เนื้อเรื่องใหม่ แต่ใช้โครงเรื่องหลักของเดิม วันนี้ขอเสนอ Man of Steel ฉายาใหม่ของบนุษเหล็ก Superman สุดยอดมนุษย์ของ DC Comics ที่สุดแสนจะเก่งกาจและคลาสสิคยิ่งกว่า "กิ๊กก๊อกคอมมิค" ค่ายตรงข้ามเสียอีก (ความคิดเห็นส่วนตัว โปรดใช้จักรยาน)
 
มาพร้อมชื่อภาษาไทยว่า บุรุษเหล็กซุปเปอร์แมน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหนัง Superman 4 ภาคแรกและ Superman Returns (ปล่อยให้มันเป็นเนื้อเรื่องอีกจักรวาลหนึ่งละกัน :p) เราจะว่าถึงกำเนิดใหม่ของมนุษย์เหล็กกล้า (เปลี่ยนพระเอกใหม่ กับชุดฟอร์มใหม่ที่ไม่มี กกน. คลุมอยู่ แอร่ยยย ><) พร้อมด้วยผู้กำกับสุดเมพ เจ้าแห่งหนังสงครามแฟนตาซี และใช่ เจ้าแห่งดีซี เฮียแซ็ค สไนเดอร์ ผู้ที่เคยรังสรรค์ให้ Watchmen เป็นหนึ่งในหนังยอดมนุษย์ในดวงใจของข้าเจ้าที่ไม่สามารถหาหนังยอดมนุษย์จาก "กิ๊กก๊อกคอมมิค" มาทดแทนได้ (ความคิดเห็นส่วนตัว โปรดใช้จักรยาน)
 
 
กาลครั้งหนึ่ง ในกาแล็คซี่ที่ไกล ไกลออกไป (นี่ไม่เข้าใจว่าจะเล่าเรื่องแบบ Star Wars ทำไม = =) ณ ดาวคริปตัน เคยเป็นดาวที่อุดมสมบูรณ์ แต่เมื่อทรัพยากรกำลังจะหมด นายพลซ็อดก็ก่อการกบฏเพื่อที่จะยึดครองดาวและฟื้นดาวใหม่ แต่จอร์เอลไม่ยอม เพราะรู้ว่าอย่างไรดาวก็ต้องพบจุดจบ เขาได้ต่อสู้อย่างกล้าหาญกับนายพลซ็อด และได้ส่ง คาลเอล ลูกชายของเขามาถึงดาวที่เห็นว่าคล้ายคลึงกับดาวคริปตันมากที่สุดทางยาน ก็คือโลก ก่อนที่สุดท้ายดาวคริปตันก็ถึงการดับสูญ
 
33 ปีต่อมา เติบโตท่ามกลางความแตกต่างจากคนอื่น คาลเอล (ที่ใช้ชื่อบนโลกมนุษย์ว่า คลาร์ค เคนท์) ต้องพยายามที่จะปรับตัวให้เข้ากับโลกมนุษย์ เอาชนะความหวาดกลัวและการถูกรังแก ต้องอดทนต่ออารมณ์โกรธเพื่อที่จะปิดบังตัวตนของตนเองไม่ให้แสดงพลังวิเศษที่แข็งแกร่งออกมา เขาอาศัยอยู่กับพ่อแม่บุญธรรมที่คอยเลี้ยงดูเขาอย่างดี เมื่อถึงวันที่ได้รู้ความจริงว่าเขาไม่เหมือนคนอื่น เขาก็เริ่มที่จะค้นหาเป้าหมายชีวิตให้แก่ตัวเอง และเอาชนะความกลัวเพื่อก้าวสู่ความแข็งแกร่ง
 
จนถึงวันหนึ่งที่ภัยอันตรายมาถึง อันตรายที่หนักหนาสาหัสต่อโลก นายพลซ็อดเดินทางมาถึงโลกเพื่อตามล่าคาลเอล เขาต้องต่อสู้เพื่อปกป้องโลกและมนุษย์ แม้ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม...
 
 
เป็นการเปิดเรื่องใหม่ได้ค่อนข้างน่าสนใจ มีการปูพื้นตัวละครต่างๆ ออกมาได้อย่างค่อนสร้างชัดเจน เนื้อเรื่องดำเนินได้ดี ไม่ได้เล่าเป็นเส้นตรงไปเสียทีเดียว ทำให้จุดกำเนิดค่อนข้างน่าสนใจและซีนอารมณ์ก็ทำออกมาได้ทรงพลังทีเดียว เผลอน้ำตาคลอไปด้วยแฮะ ฮืออออ T T ฉากต่อสู้ก็สนุกมาก จัดเต็มทำลายล้างมาก เมืองพังจนชนิดที่แบบว่า The Avengers กลายเป็นเด็กอนุบาล Thor กลายเป็นเด็กก่อนวัยเรียนไปเลย :3 (ความคิดเห็นส่วนตัว โปรดใช้จักรยาน)
 
ตัวละครมีแง่มุมที่น่าสนใจ เริ่มจากซุปเปอรืแมนก่อนเลยคือ ภาคนี้หล่อมาก >///< หล่อกว่าภาคที่แล้วเยอะเลย และถึงแม้ว่าปมของพี่ซุปจะมีไม่มาก แต่ผู้กำกับก็พยายามแสดงปมและเล่าเรื่องราวได้อย่างไม่น่าเบื่อ ดูมีมิติมากขึ้น / โลอิสเลนนางเอกนี่ให้อารมณ์ประมาณเพพเพอร์พอทส์จาก Iron Man เลย ตรงที่ว่าช่วยพระเอกสู้ O[]O!!! แถมเจ๊แกก็ยังอึดพอสมควร ไม่เหมือนภาคเก่าที่แบบเอาแต่หวีดๆๆ / จอร์เอล นำแสดงโดยลุงรัสเซลล์ โครว์ ซึ่งเราเหม็นขี้หน้าลุงแกมาตั้งแต่ Les Mis แล้ว อารมณ์ประมาณว่าพอเห็นหน้าแกทีไรก็ได้หงุดหงิดว่า เมื่อไหร่จอร์เอลจะตายๆ ซักที :p / นายพลซ็อดตัวร้าย หล่อดี โหดดี ดูจะเป็นทหารที่รักดาวบ้านเกิดมากไปหน่อยนะ ฮ่ะๆ
 
เพลงประกอบได้ ฮาน ซิมเมอร์ เจ้าเก่าที่เคยประพันธ์เพลงให้กับ The Dark Knight ใช่แล้ว เพลงบรรเลงที่เราฟังแล้วฟินๆ ยังกะกำลังบินอยู่กลางท้องฟ้าเนี่ยแหละ ก็ได้กลับมาทำหน้าที่เติมเต็มหนังได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพลงประกอบคือ ถ้าพูดถึงหนังเรื่องนี้แล้วคิดอะไรไม่ออก ขอให้คิดถึงเพลงประกอบเป็นอย่างแรกละกัน :p
 
เรื่องภาพต้องบอกว่าสวยมาก มุมกล้องค่อนข้างแปลกตา ฉากที่ถ่ายให้เห็นวิวก็กว้างมาก สวยมาก เป็นหนังที่ภาพสวยมากอีกเรื่องหนึ่งของปีเลย ขอชมเชย CG ก็ทำออกมาได้ดี ค่อนข้างสมจริงในหลายฉาก ช่วยสร้างสรรค์จินตนาการได้ดีพอสมควร
 
หนังมีแง่มุมที่น่าสนใจมาก พูดถึงความกลัวและความเชื่อ กล่าวคือความกลัวมากจากการที่เราสร้างมันขึ้นมาเอง ก็ต้องเอาชนะความกลัวได้ วิธีหนึ่งก็คือมีความเชื่อ ถ้าเราเชื่อว่ามันจะไม่มีอะไรต้องกลัว เราก็จะไม่กลัว และก้าวผ่านไปสู้ความแข็งแกร่งขึ้น หนังยังสะท้อนสังคมพอสมควรเรื่องเกี่ยวกับดาวคริปตัน มีสภาแห่งดาวที่วันๆ ก็ใช้ทรัพยากรของดาวไปอย่างไร้ค่า สุดท้ายก็มัวแต่เสียเวลาเถียงกันในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง (เอ เหมือนสภาประเทศแถวนี้เลยเนอะ :p) นโยบายหัวโบราญที่เราฟังไปฟังมาก็แอบเห็นด้วยกับแผนการของตัวร้ายนะ เพราะแผนการของคุณพ่อจอร์เอลเนี่ย มันโลกซ้วย โลกสวยไปจริงๆ (ท่านกินคุณโหน่ง วงศ์ทนงเข้าไปหรือ) เป็นแนวคิดที่เราน่าจะเอาออกมาคิดต่อได้หลังหนังจบ (ภาค Returns ก็ทำให้เราเอาแนวคิดเรื่องปลูกดินแดนมานอนคิดต่อได้เกือบเดือนแนะ ตอนนั้นยังเด็กอยู่ :3)
 
 
แต่จุดที่น่าหงุดหงิดของหนังก็คือ CG เพราะใส่มาจัดมากเกินจนแทนที่จะช่วยให้สมจริงขึ้นกลับทำให้ดูเฟคมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงกลางของหนังนี่แบบว่า รู้สึกเหมือนโดนตบหัวเข้าอย่างจังเลย คือไม่อินกับกราฟฟิค รู้สึกเหมือนจับต้องไม่ได้ แต่อย่างน้อยตอนเปิดเรื่องกับตอนไคลแมกซ์ทำ CG ได้สมดุลดีมาก รู้สึกจับต้องได้มากกว่า ก็เลยอินในจุดนี้ไป
 
เรายังรู้สึกว่าภาค Returns ในปี 2006 เอฟเฟกต์ยังดูจับต้องได้มากกว่า (แต่เนื้อเรื่องคือตรงกันข้าม = =) หรือแม้กระทั่ง Iron Man เราก็ยังอินกับ CG ในหนังได้มากกว่า หนังมีแต่ภาพเร็วๆ เคลื่อนไหวเร็วๆ ไม่มีฉากสโลว์โมชั่นของชอบของผู้กำกับมาให้เห็นเลย เลยดูแปลกๆ แต่มันก็มีข้อดีนะ ทำให้หนังมันดูสนุกขึ้น ตื่นเต้นขึ้น เร้าใจขึ้น บ้าพลังมากขึ้น เราคงไม่ได้เห็นหนังที่ทำฉากแอ๊คชั่นแบบนี้บ่อยแน่ๆ
 
จุดที่น่าสังเกตคือมุมกล้อง ไม่รู้ว่าพี่แกจะเล่นถ่ายแบบ Handheld ไปถึงไหน ภาพมันสั่นๆ ไป สั่นๆ มา ดูแล้วปวดเศียรเวียนศีรษะจะเป็นลมขอยาดมยี่สิบแท่งก็ไม่หาย โชคดีที่เราเล่นเกมยิงปืน FPS บ่อยๆ เลยมีภูมิคุ้มกัน แต่ถ้าคนที่ไม่มีภูมิคุ้มกันในส่วนนี้น่าจะมีอาการแพ้แน่ๆ ฉะนั้นควรมีการเตรียมการที่ดีก่อนไปชมภาพยนตร์นะครับ เตือนแล้วน้า -3-)
 
เช่นเดียวกับ CG บทก็คือสิ่งที่น่าผิดหวังสำหรับเรื่องนี้ เพราะบทมันมีแค่นี้เอง จบแบบสูตรสำเร็จเป๊ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนแรกๆ ตอนกลางๆ นี่แหละ เดาอะไรก็เดาได้หมดล่ะ นี่มันหนังยุค 2013 แล้วนะพ่อคุณ จะทำหนังเนื้อเรื่องแบบปี 2003 มันก็ไม่ได้ จะหักมุมเนื้อเรื่องอะไรสักหน่อยก็จะไม่มีเลยหรอ มาแนว The Avengers เปี๊ยบ สู้ๆๆ แล้วก็จบ = =) หนังซุปเปอร์ฮีโร่มันก็เป็นแบบนี้สินะ ขนาด Iron Man 3 ยังมีหักมุมเบย -3-) (แต่อย่าเอาไปเทียบกับ The Dark Knight เพราะนั่นเป็นหนัง "นักสืบ")
 
อืม จะว่าไป ข้อเสียของซุปเปอร์แมนก็คือ เป็นตัวละครที่มีด้านเดียว คือด้านดีสุดขั้ว เป็นบุคคลในอุดมคติ คือหาจุดตำหนิไม่ได้เลย ทำให้เราเล่นอะไรซุปเปอร์แมนมากไม่ค่อยได้ ถึงจะมีคลาร์ค เคนท์อีกตัวตนหนึ่ง แต่ก็เป็นแค่หนุ่มหน้าจืดเฉิ่มๆ ทั่วไปเหมือนกัน เป็นตัวละครที่ไม่ค่อยลึกเมื่อเทียบกับฮีโร่หลังคาเดียวกันอย่าง Batman คู่หูคู่ฮาที่จะมีปมด้านดีกับมืดอยู่ผสมกัน เลยเล่นอะไรได้มากกว่า
 
 
จุดที่ชอบ 
- เพลงประกอบ 
- แอ๊คชั่นจัดเต็ม 
- ซีนอารมณ์
 
จุดสังเกต 
- กล้องที่นางเอกใช้คือ Nikon D3s 
- Nokia โนเกียเต็มไปหมด :3 
- รถบรรทุกน้ำมันของ Lex Corp 
- ดาวเทียมของ Wayne Enterprise
 
กะโหลก
ภาพและเทคนิคพิเศษ 14/20
เสียงและดนตรีประกอบ 19/20
นักแสดงและตัวละคร 16/20
บท แง่คิด และเนื้อเรื่อง
16/20
ความสนุกและพึงพอใจ 19/20
กะโหลกรวม  84/100
 
หนึ่งประโยค : กางเกงในหายไปไหน?
 
เป็นหนังที่สนุกสุดๆ ในรอบปีเลย รีบู๊ทเรื่องได้ดีมากพอๆ กับไตรภาค The Dark Knight ของอีตาลุงโนแลน ยิ่งเทียบกับหนังรีบู๊ทด้วยกันกับ The Amazing Spider Man นี่คือ โยนหนังเรื่องหลังไปเผาซะเถอะ = =) ถึงแม้ว่าหนังอาจจะทำรายได้ไม่เท่าหนังของอีกค่าย แต่ว่าฮีโร่ค่ายนี้เนี่ยแหละ เหมาะกับจะเป็นตำนานของโลกเลย -3-) จะเฝ้ารอว่าภาคต่อไปจะเป็นยังไง
 
ส่วนคนที่ไปดูมาแล้วอยากจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เรียนเชิญช่วยกันใช้พื้นที่คอมเมนท์ข้างล่างให้เกิดประโยชน์ครับ อย่าปล่อยให้ทิ้งร้างจะเป็นพระคุณอย่างสูง
 
แล้วพบกันใหม่หลังหนังเรื่องต่อไปจบลง ขอให้สนุกกับการดูหนังครับ :)
 
Skull Registration No. 0016

Comment

Comment:

Tweet

ฉันยังไม่ได้มีโอกาสได้ดูเลย จึงอ่านรีวิวของคุณเฉพาะตอนต้นกับตอนสรุปท้าย (เพราะกลัวสปอย) กลับไปกรุงเทพจะรีบไปดูนะคะ
จริงๆซุปเปอร์แมนด้านดาร์กมีนะฮะโหดมากๆด้วย แต่แค่ถ้าไม่ใช่คนอเมริกาจะไม่ค่อยได้อ่านพบกันในคอมมิค   หนังcgช่วงกลางคิดเหมือนกันว่ามันแลดูอนิเมชั่นไปหน่อย แต่ชอบท่าแอคชั่นการมะรุมมะตุมของเขามากกว่าแอคชั่นตัวกันปลิวไปปลิวมาตอนหลังซะอีก*.*"มันดูมีชั้นเชิงดี    เดียวคงจัดรอบสาม^^

#3 By ♪ PiARo ♪ on 2013-06-17 04:17

น่าสนุกดี อยากไปดูบ้างจังเลย

#2 By หมีน้อยคอยรัก (103.7.57.18|115.87.109.205) on 2013-06-15 15:16

 Thankyousurprised smile

#1 By mine (103.7.57.18|182.53.241.131) on 2013-06-14 19:02