"Wanna fight?" (จะไฝว้กุมั้ย) ใ(=__=ใ)
 
วันนี้จะเล่าถึงหนังฝรั่งหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่กล้าหาญมาถ่ายทำในประเทศไทย ดินแดนแห่งรอยยิ้มและศีลธรรมที่สูงส่งเช่นนี้ได้ ทั้งนี้ยังมีนักแสดงคนไทยมาร่วมแสดงให้อีกต่างหาก เป็นสาวสวยแสนงาม ญาญ่าหญิง คือหนังเรื่องนี้นี่เอง Only God Forgives หรือชื่อไทยสุดแนวว่า รับคำท้าจากพระเจ้า เค้าว่ามาว่ากำกับโดยนิโคลัส วินดิง เรฟิน ผู้กำกับ Drive หนังดราม่ายอดเยี่ยมรางวัลงามแห่งปี 2011 (ข้าเจ้ายังไม่เคยดู) พอมาเป็นเรื่องนี้ก็เป็นหนังไปฉายที่เทศกาลหนังเมืองคานส์ แต่ไปๆ มาๆ ทำไมถึงมีแต่คนก่นด่าก็ไม่รู้นะ
 
ข้าเจ้าก็อยากรู้ เลยอยากจะไปลองดูสักรอบสักหน่อย ไปดูรอบ 21:10 คนดูมีประมาณ 20 กว่าคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติที่เข้ามาดูทั้งนั้น รอบข้างตัวข้าเจ้าก้ไม่มีใครมานั่งดูเป็นเพื่อนเลย ก็เลยจำเป็นต้องนั่งดูแถวหน้าคนเดียว T T
 
 
เรื่องราวของ "จูเลี่ยน" (ไรอัน กอสลิ่ง) ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพ เขาและน้องชาย "บิลลี่" (ทอม เบิร์ค) เปิดค่ายมวยไทยในเยาวราชเพื่อใช้เป็นฉากบังหน้ากิจการค้ายาเสพติดข้ามชาติ แต่เมื่อบิลลี่ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม ทำให้ "เจนน่า" (คริสติน สก็อตต์ โทมัส) แม่ของจูเลี่ยนและบิลลี่ ผู้ดูแลธุรกิจทั้งหมดต้องเดินทางมายังกรุงเทพเพื่อรับศพลูกชาย พร้อมกับต้องการให้ "จูเลี่ยน" ตามล่าหาตัวฆาตกรที่ฆ่าบิลลี่ให้ได้ เบาะแสที่ จูเลี่ยน ค้นพบทั้งหมดก็นำให้เขาไปเผชิญหน้ากับ "ช้าง" (วิทยา ปานศรีงาม) อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นที่รู้จักจากทุกคนในวงการว่าเป็นทั้งผู้รักษากฏหมายและผู้ประหาร การล้างแค้นให้กับน้องชายนำจูเลี่ยนเข้าไปสู่เส้นทางของความรุนแรง การหักหลัง ความอาฆาตแค้น รวมถึงการต้องเผชิญหน้ากับอดีตของตัวเองที่อาจเป็นหนทางที่นำไปสู่การไถ่บาป
 
 
เป็นหนังที่เน้นการเล่าเรื่องด้วยภาพ เริ่มจากสีของภาพที่เป็นไปในโทนเดียวกันในแต่ละฉาก คือสวยดี อึมครึมดี น่าเอาไปใช้บ้างเหมือนกัน ภาพของหนังนั้นคือเนิบๆ แต่ก็ดุดัน แล้วก็เลือดเย็นพอสมควร มีฉากที่แสดงถึงความรุนแรงค่อนข้างมาก จึงไม่เหมาะกับคนขวัญอ่อน (แนะนำให้ท่านเลือกเดินเข้าโรงอื่นที่ฉายหนังการ์ตูนแอนิเมชั่น หรือหนังหุ่นยนต์สู้กับสัตว์ประหลาดในรอบฉายเดียวกันแทน :p) บาง ฉากมีการใช้ซีจีด้วย เช่นฉากที่มีเลือด แต่พอจงใจถ่ายให้เห็นเลือด จึงจำต้องใช้ซีจีช่วย และซีจีก็หนักไปหน่อย แต่ถ้าใช้มุมกล้องเลี่ยง มันก็จะดูไม่ค่อยโหด ปัญหาโลกแตก = =)
 
เสียงประกอบคือสิ่งที่ดีที่สุดในหนังเรื่องนี้ แต่ละเพลงนั้นฟังแล้วหลอนใช้ได้ บางเพลงก็ฟังแล้วดูดุดันมาก และพอเพลง "เธอคือความฝัน" ดังขึ้นมาแค่นั้นแหละ คือความรู้สึกที่แบบไม่รู้จะอธิบายยังไงจริงๆ หลอนจนไม่กล้าลุกออกจากที่นั่งเลย บรื๋ออออ ส่วนซาวน์เอ็กเฟกต์มันดุดันและจัดเกินไปหน่อยจนความอินหายไปนิดนึง
 
นักแสดงคืออะไรที่เรียกได้ว่า ถ้าไม่โปรจริงๆ ก็ไม่สามารถแสดงอะไรแบบนี้ได้เลยนะ ลองคิดดู แต่ละคนนี่หน้านิ่งกันยังกะหุ่นยนต์ ใช้แต่สายตาและความรู้สึก บทพูดแต่ละคนน้อยมาก โดยเฉพาะบทของญาญ่าหญิงที่ไม่น่าจะพูดเกิน 20 ประโยคในหนังเลย = =) บทพูดของพระเอกไรอันก็น้อย แต่ถึงกระนั้นก็ดุดันและเฉียบคมพอสมควร แต่คนอย่างข้าเจ้าเนี่ยไม่ใช่นักดูหนังที่โปร จึงไม่สามารถเข้าถึงตัวละครเหล่านี้ได้อย่างเต็มที่นัก แต่ถ้าถามว่าแสดงดีมั้ย คือดีทีเดียว
 
เนื้อเรื่องคืออะไรที่เราไม่เข้าถึงอย่างรุนแรง การตัดต่อในบางฉาก บวกกับภาพที่แปลกตา การแสดงที่แปลกๆ ทำให้เรางงหนักกว่าเดิม จู่ๆ ก็อ้าวไหงมาอยู่ตรงนี้ อ้าวทำไมจู่ๆ ก็กลายเป็นแบบนั้น อ้าวเฮ้ย นี่มันอะไรกัน โอ้ย เหนื่อยมากจริง แต่ถ้าถามว่าเนื้อเรื่องซับซ้อนมั้ย ไม่ซับซ้อนเลย เล่าเรื่องง่ายๆ แต่แค่ว่ามันจะวนไปวนมาบ้างเนี่ยแหละ เนื้อหามีแค่การแก้แค้นกันไป แก้แค้นกันมา ชนิดที่ว่าดูสโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ดยังซับซ้อนมากกว่า โว้ะ = =)
 
 
ความรุนแรงที่ตัวหนังใส่มา บางคนก็บอกว่ามันมากเกินไป แต่ความเห็นของข้าเจ้าคือมันกำลังโอเคนะ โหดสัสสะใจดี ตัวละครเลือดเย็นแบบจนต้องเผลออุทานว่าเหี้ยออกมา ทำให้ดูอึดอัด กดดัน แล้วต้องเอามือปิดตาในบางฉาก กล่าวคือเป็นหนังที่แล้วสูบพลังที่สุด จิตตกที่สุด ไม่ได้ดูหนังแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้วล่ะ ฮ่าๆๆๆ 
 
สิ่งที่ได้จากหนังคืออะไร เชื่อว่าหนังใส่อะไรมาอีกเยอะแน่ๆ ไม่ใช่แค่ภาพการล้างแค้นกันไปมา เพียงแต่ว่าข้าเจ้ายังจับประเด็นไม่ได้ว่าหนังแอบแทรกอะไรมาเพิ่มหรือเปล่า แต่ภาพที่เห็นก็คือการตีแผ่สังคมในด้านมืดออกมา ภาพของการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม มีการข่มขู่ ใช้กำลังทำร้าย มีการทำธุรกิจผิดกฎหมายภายใต้การดูแลของผู้รักษากฎหมาย รวมไปถึงโสเภณี (และไม่ใช่หญิงแท้อีกต่างหาก)
 
เราจำเป็นต้องยอมรับว่ามีเรื่องทำนองเดียวกันนี้เกิดขึ้นในประเทศไทยจริง และเชื่อได้ว่าต้องมีเรื่องราวด้านมืดแบบนี้ที่ต่างประเทศด้วยแน่นอน แต่ถึงแม้ว่าหนังจะสะท้อนสังคมในด้านมืดของเมืองไทย แต่พอได้ดูไปจริงๆ แล้ว หนังก็ไม่ได้ทำลายภาพลักษณ์เมืองไทยเลย ทุกอย่างดำเนินไปตามวิถีชีวิตของมัน มีทั้งด้านมืดและด้านสว่าง เราจึงต้องควรพิจารณาให้ดีๆ
 
ประเด็นที่สำคัญที่สุดของหนังเอ่ยถึงการอิจฉา ซึ่งจะเป็นตัวคอยผลักดันให้เราต้องไขว่คว้าสิ่งต่างๆ มาเต็มเติมเสมอ และโดยเฉพาะการแก้แค้น ที่สุดท้ายก็ไม่ได้ก่อให้เกิดผลดีอะไรนอกจากการสูญเสีย ซึ่งกว่าจะมารู้ตัวทีหลัง ทุกอย่างมันก็สายเกินกว่าจะแก้ไขเสียแล้ว วิธีการกำจัดความแค้นที่ดีที่สุดก็คือ "การให้อภัย"
 
ตัวละคร "ช้าง" ที่อาจทำให้เราเกลียดขี้หน้าหลังหนังจบ แท้จริงแล้วอาจจะเป็นเหมือน "ยมบาล" ที่คอยตัดสินโทษผู้กระทำผิด ซึ่งในชีวิตของช้างก็เป็นตำรวจ ที่มีหน้าที่ไล่ปราบโจรชั่ว หากมองเข้าไปดีๆ แต่ละคนที่ถูกตัดสินโทษ ล้วนแล้วแต่ได้เคยกระทำความผิดมาแล้วทั้งสิ้น อาจเป็นการสั่งสอนในเชิงศาสนาว่า "ทำชั่วต้องต้องลงทัณฑ์" ที่ผู้สร้างใส่มาก็เป็นได้
 
 
จุดที่ชอบ
- ภาพสวย แสงกับโทนสีสวยมาก
- เพลงประกอบสวย เข้ากับภาพได้ดี
- นักแสดงโปรมาก (แต่โปรจนเราเข้าไม่ถึง)
 
จุดสังเกต 
- ภาพความรุนแรงค่อนข้างเยอะ
- โทนของภาพออกจะมืดๆ
- บทพูดมีไม่เยอะ อาจดูแล้วหลับได้
 
กะโหลก
ภาพและเทคนิคพิเศษ 17/20
เสียงและดนตรีประกอบ 19/20
นักแสดงและตัวละคร 15/20
บท แง่คิด และเนื้อเรื่อง
12/20
ความสนุกและพึงพอใจ 18/20
กะโหลกรวม  81/100
 
ขอสามพยางค์ : Wanna fight?
 
เป็นหนังจิตตกภาพสวยแต่เข้าถึงได้ยากแห่งปี คนที่ชอบก็จะชอบไปเลย คนที่จะไม่ชอบก็เกลียดไปเลย แต่ถ้าถามว่าเรารู้สึกยังไงหลังหนังจบ คำตอบคือ ดีใจมากที่หนังจบซักที :p แต่ภาพในหนังมันก็ยังติดตามาจนถึงตอนนี้ที่กำลังนั่งพิมพ์บล็อกต๊อกแต๊กอยู่เลย
 
ส่วนคนที่ไปดูมาแล้วอยากจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เรียนเชิญช่วยกันใช้พื้นที่คอมเมนท์ข้างล่างให้เกิดประโยชน์ครับ อย่าปล่อยให้ทิ้งร้างจะเป็นพระคุณอย่างสูง
 
แล้วพบกันใหม่หลังหนังเรื่องต่อไปจบลง ขอให้สนุกกับการดูหนังครับ :)
 
Skull Registration No. 0022
 
ปล. แถมโปสเตอร์อีกแบบให้ไปฟินกันเล่นๆ
 

Comment

Comment:

Tweet

เป็นหนังที่อาร์ต ภาพสวยมาก ตัวละครนิ่งๆทื่เหมือนเป็นองค์ปรกอบภาพศิปล์ ที่มืดมดและแดงฉานดั่งขุมนรก มีสิ่งที่ชอบคือหนังชอบใช้ภาพไปที่แขนพระเอก เหมือนสื่อว่า มือทั้งสองข้างของเขา ใช้ทำได้ทั้งปกป้อง และทำร้ายคน เมื่อได้ที่เขาได้ทำร้ายลงไป เขาก็ยอมจำนนต่อสิ่งที่เขาทำ รับบาปอภัยโทษไว้ชีวิต ส่งผลในฉากสุดท้ายในที่สุด Hot! Hot! Hot! Hot!

#1 By Mint Movie on 2013-07-20 01:06