"ชีวิตทุกข์ทนดับฝันที่เคยมี" (น้ำตาจะไหล ขอร้องไห้นะคะ)
 
วันนี้จะมาพูดถึงหนังเพลงมิวสิคัลสุด อลังการและดราม่าในรอบปี พร้อมพรั่งด้วยดาราดังหลายคน (ฮิวจ์ แจ๊คแมน แฟนข้าเจ้าเอง >///<) จัดเต็มทั้งฉากและเสื้อผ้า กอปรกับอีกหลายรางวัลที่กวาดไปได้ เพลงประกอบที่หลายๆ คนจำได้ เลดี้แอนด์เจนเทิ่ลแมน Les Misérables กับชื่อภาษาไทยว่า เล มิเซราบส์ (แทบจะไม่ต่างง่ะ = =)
 
ข้าเจ้าดูหนังเรื่องนี้ตอนเดือนกุมภาปีนี้นี่เอง สมัยที่มันเข้าโรงฉาย หลังจากหาเวลาว่างจนได้ ก็บึ่งไปบ้านหลังที่สามในทันที เป็นวันที่ชิลๆ ที่จะมานั่งดูหนัง 2 ชั่วโมง 45 นาทีได้ จากที่ได้ยินมาคือ เรื่องนี้เป็นหนังสือ แต่งโดยวิกเตอร์ ฮิวโก้ นักเขียนชาวฝรั่งเศส มีการนำไปสร้างเป็นหนังโรงก็หลายครั้ง ละครเวทีก็หลายครั้ง แต่ครั้งนี้ผู้กำกับ (ซึ่งข้าเจ้ามิอาจจำชื่อได้) ก็มีความคิดอุตริ จะเอาละครเวทีมาลงเป็นหนัง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะแสดงบนเวทีนะ แสดงนอกเวทีเลย ทำเหมือนเป็นหนังมิวสิคัลไปเลย แล้วก็ไม่อัดเสียงไว้ก่อนด้วยนะ มันกระจอก มันไม่เนียน มันไม่ได้อารมณ์ ต้องอัดเสียงร้องของนักแสดงสดๆ ตอนถ่ายทำไปด้วยเลย โห เจ๋งซะไม่มี (ประชด)
 
 
เล มิเซราบส์เล่าเรื่องในยุคปฏิวัติฝรั่งเศสช่วงปี 1815 สภาพสังคมค่อนข้างย่ำแย่ ผู้คนหิวโหยล้มตาย (ช่างน่าแปลก เรื่องเกิดขึ้นที่ฝรั่งเศส แต่ทุกคนกลับพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องปร๋อ = =) มีฌอง วัลฌอง (ฮิวจ์ -3-) เป็นนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ ที่ต้องโทษมาแล้ว 19 ปี ในข้อหา "ขโมยขนมปังหนึ่งแถวถ้วน (Stole a loaf of breadddddddd~~~~~)"
 
ด้วยความอยุติธรรมทำให้ฌองต้องกลายไปเป็นทาส และมีตราบาปติดตัวไปตลอดชีวิต เขาได้รับคำสั่งจาก ฌาแวร์ (รัสเซลล์ โครว์) ตำรวจคนนึง ให้ต้องเอาเอกสารรายงานตัวไปส่งมอบที่เมืองอะไรสักอย่างเพื่อไปขึ้นทะเบียนเป็นทาส แต่วัลฌองผู้น่าสงสารกลับตัดสินใจหลบหนีไป ด้วยความคิดว่าข้าเจ้าไม่ผิด ข้าเจ้าถูกปรับปรำ รัฐบาลต้องรับผิดชอบ (ได้ข่าวว่าไม่เกี่ยว = =)
 
8 ปีผ่านไป วัลฌอง ใสนามของนักโทษ 24601 ได้ตายลง และถือกำเนิดใหม่เป็นเจ้าเมืองที่มีความสามารถ (และหล่อแบบไม่ไหวแล้ว -3-) วันหนึ่งในขณะที่เจ้าเมืองกำลังตรวจตราชาวบ้าน ก็ได้พบกับ ฟองทีน สาวโรงงานคนหนึ่งที่กำลังจะถูกไล่ออกเพราะมีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน ในขณะที่กำลังจะไปช่วยก็ดันไปเจอหน้ากับฌาแวร์เสียก่อน เลยถอนตัวออกมาจากโรงงาน แต่ดันไปพบชายคนหนึ่งโดนเสาทับตัว ก็เลยไปช่วยยกเสาขึ้นมา ทีนี้ฌาแวร์มันก็มาเห็นเข้าใส่แล้วก็แบบ เห้ย ทำไมมันคุ้นๆ วะ เหมือนนักโทษคนหนึ่งที่เราเคยใช้ให้มันไปยกเสาเรือขึ้นเมื่อ 8 ปีที่แล้วเลย
 
คืนหนึ่ง หลังจากไม่มีที่ไป ฟองทีนได้ระหกระเหินไปตามตรอกเปลี่ยวกลางดึก และด้วยความที่นางเป็นคนที่มีหน้าตาสวยงาม จึงถูกแม่เล้าล่อลวงให้เป็นโสเภณี ตัดผมเธอไปขาย ถอนฟันเธอไปขาย และต้องมีเพศสัมพันธ์กับชายแปลกหน้า จนเธอรู้สึกสิ้นหวัง และระบายออกมาเป็นบทเพลง I dreamed a dream อันแสนโด่งดัง
 
โชคดีที่เจ้าเมืองก็เดินผ่านมาพอดี เลยเก็บเธอไปรักษาที่โรงพยาบาล แต่อาการเธอสาหัสแล้ว (แค่โดนปล้ำครั้งเดียวเนี่ยนะ) เธอได้แต่ขอร้องให้เจ้าเมืองช่วยดูแลโคเซตต์ ลูกสาวเพียงคนเดียวของเธอด้วย เพราะยากจน เธอจำเป็นต้องขายลูกสาวให้แก่คู่สามีภรรยาเตร์นาดิเยร์เจ้าของโรงแรมเก่าๆ และไม่อยากให้เธอต้องทนทกข์ทรมานอยู่ที่นั่น ไปช่วยหน่อยจะได้มั้ย เจ้าเมืองได้รับปากก่อนหญิงสาวจะสิ้นลม
 
เจ้าเมืองจะไปตามหาลูกสาวของฟองทีนเจอหรือไม่ เธอจะยังมีชีวิตหรือไม่ ฌาแวร์จะตามตัวอดีตวัลฌองเจอหรือไม่ แล้วการปฏิวัติฝรั่งเศสจะสำเร็จหรือไม่ ตำนานบทใหม่เริ่มขึ้นแล้ว
 
 
กับฉากจบที่อลังการมาก พร้อมเสียงของโคเซตต์ที่ได้แต่เรียกร้องว่า "มันเร็วเกินไป เร็วเกินไปที่จะเอ่ยคำลา" เอิ่ม ข้าเจ้าบอกลาหนังตั้งแต่  20 นาทีก่อนแล้ว = =) ต่อให้เป็นแฟนข้าเจ้าก็เถอะ ฮ่าๆๆ
 
จะบอกว่าเรื่องภาพคือสวยดี จำลองฉากกับเครื่องแต่งกายได้สมจริงมาก โทรมมาก อลังการมาก แต่ฉากหลังในบางฉากก็จัดซีจีหนักไปหน่อยนะ หนักจนภาพลอย ฉากหลังกับบรรยากาศไม่เข้ากันอย่างร้ายแรง (ฉากร้องเพลงเดี่ยวๆ ของลุงรัสเซลล์ทุกฉากเลย) แต่ฉากสงครามเซ็ตได้ดีมาก ดูสมจริงสุดๆ มุมกล้องใช้ได้เลย
 
เพลงประกอบ เพราะเป็นหนังมิวสิคัลสมจริงดังที่ได้กล่าวมา พอฟังจริงๆ มันก็รู้สึกว่าอย่างน้อยหนังก็ค่อนข้างสื่อสัตย์กับเราพอสมควรที่ให้นักแสดงร้องสด ฟังดูได้อารมณ์ร่วมเหมือนกัน แต่ก็นะ เสียงสดมันก็ไม่ค่อยจะเวิร์คเท่าไหร่ แถมนักแสดงบางคนเสียงก็ไม่ถึงขั้นสุดยอดด้วย บางคนข้าเจ้ายังทึ่งอยู่เลยว่าร้องเพลงเป็นด้วยหรอ ส่วนดนตรีประกอบคืออีพิคมาก ซาวน์เอฟเฟกต์ก็แน่นพอสมควร
 
นักแสดงคืออะไรหลายอย่างที่ค่อนข้างเซอร์ไพรส์ เริ่มจากพี่ฮิวจ์ แฟนข้าเจ้าก่อนเลย ยังตกใจอยู่เลยว่าที่รักร้องเพลงเป็นด้วยหรอ นึกว่าจะเก่งแต่บู๊อย่างเดียว -3-) ถึงเสียงจะแปลกๆ แต่ก็ยังรักอยู่ดี / อีตาลุงรัสเซลล์ โครว์นี่คืออะไร ใครเป็นคนแคสลุงแกมา = =) ฟังแต่ละเพลงที่แกร้องแล้วขนลุก
 
เจ๊เฮเลน่า บอนแฮม คาร์เตอร์ กับอีตาซาช่า บารอน โคเอน สองคนนี้ถ้าไปเล่นหนังเรื่องไหน มันจะกลายเป็นหนังตลกไปเลย เรื่องนี้ก็ใช่ย่อย แต่งตัวกันแบบหลุดโลกสุดๆ บทก็ชั่วสุดๆ (แต่ก็เป็นได้แค่ตัวประกอบน่ะแหละ) / ขาดไม่ได้คือเจ๊แอน หัตถเวท เย้ย แอน แฮทะเวย์ กับรางวัลออสการ์สาขานักแสดงสมทบหญิงในบทของฟองทีน ชีวิตของเธอน่าสงสารยิ่งกว่ารายการวงเวียนชีวิตเสียอีก
 
 
เนื้อเรื่องได้กล่าวถึงช่วงปฏิวัติฝรั่งเศสด้วย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้มาเรียส ผู้นำกลุ่มปฏิวัติ ได้พบกับโคเซตต์โดยบังเอิญ และทั้งคู่ก็ได้ตกหลุมรักซึ่งกันและกัน ทั้งคู่ให้สัญญาว่าจะแต่งงานและอยู่ร่วมกัน สร้างผลกระทบอันยิ่งใหญ่แก่คนสองคน คนแรกคือวัลฌองเองที่เป็นห่วงเธอมาก และอีกคนคือ เอโปนีน ลูกสาวของเตร์นาดิเยร์ที่เติบโตมาพร้อมๆ กับโคเซตต์
 
เมื่อสมัยที่โคเซตต์ยังอยู่กับเตร์นาดิเยร์ เธอถูกบังคับให้ทำงานหนัก สวมเสื้อผ้าซอมซ่อ และไม่มีแม้กระทั่งเพื่อน ในขณะที่เอโปนีนได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี ผิวพรรณเธอขาวใส สวมเสื้อผ้าดีๆ และมีของเล่น หลังจากที่วัลฌองได้มาพบและพาตัวไป เหตุการณ์ได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง โดยที่โคเซตต์ได้รับการดูแลที่ดีขึ้น ผิวพรรณขาวสวม สวมเสื้อผ้าสดใส ในขณะทีโคเซตต์ที่ประสบชะตากรรมไม่ต่างกับโคเซตต์ เนื้อตัวเธอมอมแมม ชีวิตของเธอเป็นทุกข์
 
แต่ที่ทุกข์ยิ่งกว่าคือ การที่เธอแอบรักมาเรียส แต่เขากลับไม่ได้มีใจให้เธอเลย เพราะเขารักโคเซตต์ไปแล้ว เมื่อคนที่เธอแอบรักได้พบรักกับคนอื่นเสียแล้ว คนเดียวในหัวใจได้จากเธอไปแล้ว เธอเสียใจมาก ได้แต่คร่ำครวญออกมาเป็นบทเพลงท่ามกลางสายฝน เธอได้ล่วงรู้ว่า "ถึงแม้จะไม่มีเธอ แต่โลกของเขาก็ยังดำเนินต่อไปได้" แม้จะเสียใจมาก แต่ก็ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ความรู้สึกนี้ จึงเป็นเพียงความรู้สึกที่เธอเก็บไว้ในใจ "เพียงคนเดียว (On My Own)" เสมอมา (ฉากนี้โดนใจข้าเจ้าเต็มๆ น้ำตาซึมคาโรงหนังเชียว T T)
 
 
จุดที่ชอบ
- ฮิวจ์ แจ๊คแมน -3- (อันนี้ไม่ใช่แค่ชอบ รักเลย >///<)
- เสื้อผ้าหน้าผม ฉากและบรรยากาศ จัดเต็มสุดๆ
 
จุดสังเกต
- การร้องเพลงสดๆ ไม่ค่อยแตกต่างเท่าไหร่ = =
- คนแอบรักข้างเดียวมีน้ำตาซึมแน่ๆ
- เจ๊แอนน์ หัตถเวท เฉิดฉายในหนังแค่ครึ่งชั่วโมงแรก แล้วหายตัวไปสองชั่วโมงเศษ ก่อนจะกลับมาตอนจบและฟันรางวัลออสการ์ไป =.,=
 
กะโหลก
ภาพและเทคนิคพิเศษ 18/20
เสียงและดนตรีประกอบ 19/20
นักแสดงและตัวละคร 20/20
บท แง่คิด และเนื้อเรื่อง
17/20
ความสนุกและพึงพอใจ 17/20
กะโหลกรวม  91/100
 
หนึ่งประโยค : อย่าขโมยขนมปังเป็นเด็ดขาด
 
เป็นหนังมิวสิคัลบรรยากาศแปลกๆ ที่คงจะหาดูได้ยาก แต่อย่างน้อยเมื่อหยิบมาดูอีกครั้งมันก็ไม่น่าเกลียดเลยจริงๆ ส่วนคนที่ไปดูมาแล้วอยากจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เรียนเชิญช่วยกันใช้พื้นที่คอมเมนท์ข้างล่างให้เกิดประโยชน์ครับ อย่าปล่อยให้ทิ้งร้างจะเป็นพระคุณอย่างสูง
 
แล้วพบกันใหม่หลังหนังเรื่องต่อไปจบลง ขอให้สนุกกับการดูหนังครับ :)
 
Skull Registration No. 0025

Comment

Comment:

Tweet