หลังจากที่ได้นำเสนอ 10 อันดับหนังที่ข้าเจ้าผิดหวังที่สุดประจำปี 2013 ไปแล้วนั้น วันนี้จะมานำเสนอ 10 อันดับหนังในดวงใจของข้าเจ้าประจำปี 2013 กัน โดยอ้างอิงจาก รายชื่อหนังที่ข้าเจ้าได้ดูมาแล้วในปี 2013 เท่านั้น เรียงตามความรู้สึกและไม่ได้เรียงตามจำนวนกะโหลกที่ให้ท้ายบล็อกแต่อย่างใด จะเป็นเรื่องใดบ้างเชิญทัศนา
 
10 อันดับหนังในดวงใจของข้าเจ้าประจำปี 2013
 
อันดับที่ 10 (ร่วม)
Only God Forgives : รับคำท้าจากพระเจ้า
(อ่านบล็อกได้ ที่นี่)
 
 
เหตุผล : เป็นหนังที่หลายคนดูแล้วอาจจะร้องยี้ด้วยความรังเกยจ แต่ไม่รู้ว่าทำไมข้าเจ้าถึงชอบเรื่องนี้นะ ไม่ได้ชอบมากเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้เกลียดนะ มันน่าจะมีแรงดึงดูดเล็กๆ ที่น่าพิศวงก็เป็นได้
 
อันดับที่ 10 (ร่วม)
Prisoners : คู่เดือดเชือดปมดิบ
(อ่านบล็อกได้ ที่นี่)
 
 
เหตุผล : อาจจะเป็นหนังที่หลายคนดูแล้วเฉยๆ หลายคนอาจจะดูแล้วกดดัน แต่ข้าเจ้าดูแล้วเพลินดี พี่ฮิวจ์แฟนข้าเจ้าเล่นได้ดีเหมือนกัน น่าเสียดายที่พี่แกน่าจะถอดเสื้อโชว์กล้ามบ้าง :3
 
อันดับที่ 9
Django Unchained : จังโก้ โคตรคนแดนเถื่อน
(อ่านบล็อกได้ ที่นี่)
 
 
เหตุผล : กวนตีน คือคำแรกที่คิดออกหลังจากหนังจบ หนังอะไรจะกวนตีนคนดูได้ขนาดนี้ ไม่ใช่ป๋าเควนตินทำไม่ได้นะเออ บอกไว้ก่อนเลย เป็นหนังที่กวนตีนแล้วข้าเจ้าชอบมากๆ จริงๆ
 
อันดับที่ 8
The Secret Life of Walter Mitty : ชีวิตพิศวงของวอลเตอร์ มิตตี้
(อ่านบล็อกได้ ที่นี่)
 
 
เหตุผล : เป็นหนังสิ้นปีที่ดีทีเดียว ภาพสวยมากๆ อาจจะไม่ได้ซึ้งจนบ่อน้ำตาแตก แต่พอออกจากโรงมาทำไมถึงเกิดความรู้สึกอิ่มใจแปลกๆ นะ รู้สึกสุขใจยังไงก็ไม่รู้ เหมือนมีเวทมนต์เลย
 
อันดับที่ 7
Les Misérables : เล มิเซราบส์
(อ่านบล็อกได้ ที่นี่)
 
 
เหตุผล : หนังเพลงที่จัดเต็มทั้งเสื้อผ้า หน้าผม การร้องเพลงสดๆ ก็ทำได้ดีมาก เพิ่งรู้ว่าพี่ฮิวจ์แกก็ร้องเพลงได้ แถมเพราะดีในระดับหนึ่งซะด้วย และหนังก็จะอินมากกับคนที่แอบรักข้างเดียวด้วย
 
อันดับที่ 6
About Time : ย้อนเวลาให้เธอ(ปิ๊ง)รัก
(อ่านบล็อกได้ ที่นี่)
 
 
เหตุผล : หนังรักฝั่งอังกฤษที่หาแบบโดนๆ ไม่ค่อยเจอมาหลายปีแล้ว จนกระทั่งเรื่องนี้ เป็นหนังที่ดูแล้วต้องคิดตามนิดหน่อยเพราะงง แต่แง่คิดมันดีในทุกๆ เรื่องเลย ไม่ใช่แค่เรื่องความรัก
 
อันดับที่ 5
Warm Bodies : ซอมบี้ที่รัก
(อ่านบล็อกได้ ที่นี่)
 
 
เหตุผล : เป็นหนังรักในรูปแบบใหม่ที่เอาคนกับซอมบี้มาปี้กัน แปลกดี แต่ดูแล้วอมยิ้มไม่หยุดเลย หนังมันตลกดี และก็มีขอบเขตที่มันจะเล่นไปได้อย่างไม่ออกทะเลเกินไป เพลงประกอบก็เพราะทุกเพลงเลย รู้สึกดี
 
อันดับที่ 4
Now You See Me : อาชญากลปล้นโลก
(อ่านบล็อกได้ ที่นี่)
 
 
เหตุผล : เป็นหนังที่หลายคนดูแล้วอาจจะไม่ได้ชอบเท่าไหร่ บ่นว่าไม่สมจริงมั่งล่ะ แต่ข้าเจ้าดูจบแล้วรู้สึกชอบมากๆ เลย มันสนุก ตื่นเต้น ลุ้น เดาไม่ถูกเลย ขนาดหยิบมาดูรอบ 2 ก็ยังสนุกอยู่เลย
 
อันดับที่ 3
เกรียนฟิคชั่น
(อ่านบล็อกได้ ที่นี่)
 
 
เหตุผล : หนังวัยรุ่นที่ไม่วัยรุ่นเท่าไหร่ในความรู้สึก เพราะปมปัญหาที่หนังเลือกนำเสนอค่อนข้างดาร์คพอสมควร แต่ก็ยากนะที่จะหาหนังไทยดราม่าจัดหนักขนาดนี้ในรอบหลายๆ ปีเลย
 
อันดับที่ 2
Gravity : มฤตยูแรงโน้มถ่วง
(อ่านบล็อกได้ ที่นี่)
 
 
เหตุผล : เป็นหนังอวกาศที่สมจริงที่สุดในรอบหลยปีเลย บรรยากาศทุกอย่าง อารมณ์และความรู้สึกต่างๆ แม้จะถ่ายทอดออกมาจากเจ๊แสงดาวคนเดียวแต่ก็เอาอยู่ ลุ้นตลอดทั้งเรื่องเลยจริงๆ แต่ยังไม่รู้เลยว่าถ้าไปดูอีกรอบจะยังลุ้นได้อีกมั้ย :3
 
อันดับที่ 1
Mary Is Happy, Mary Is Happy
(อ่านบล็อกได้ ที่นี่)
 
 
เหตุผล : มันเป็นหนังที่เหี้ยที่สุด บ้าที่สุด และทำให้เราได้เห็นถึงแง่มุมของชีวตที่หลากหลาย หนังพาเราเข้าสู่ความสุขในช่วงครึ่งแรกของหนัง และพาเราดำดิ่งไปสุ่อารมณ์สับสนอย่างที่สุดในช่วงครึ่งหลังของหนัง ที่มันก็ดันใกล้เคียงกับชีวิตข้าเจ้าในช่วงนั้นด้วย เลยรู้สึกแบบว่าแม่งโคตรอิน อารมณ์ที่สับสนของแมรี่ในตอนท้ายมันเหมือนกับชีวิตข้าเจ้าในช่วงนั้นมากๆ เลย เมื่อมานั่งคิดทีไรก็ยังรู้สึกมึนๆ อึนๆ อยู่เลย เป็นหนังที่แปลกมาก แปลกจริงๆ
 
หนังที่ไม่ได้อยู่ใน 10 อันดับต่างๆ
 
- Argo : แผนฉกฟ้าแลบ ลวงสะท้านโลก
(อ่านบล็อกได้ ที่นี่)
 
หนังสนุกดีนะ (ในช่วง 30 นาทีสุดท้าย) ดูแล้วชอบอยู่นะ ในเรื่องการจำลองบรรยากาศออกมาให้สมจริง แต่ต้องขอโทษด้วย มันมีหนังเรื่องอื่นที่ข้าเจ้าดูแล้วชอบมากกว่าน่ะ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ นะ :p
 
- Silver Linings Playbook : ลุกขึ้นใหม่หัวใจมีเธอ
(อ่านบล็อกได้ ที่นี่)
 
เป็นหนังที่บ้าพอสมควรเลย แต่ไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ ตอบจบก็จบแบบสูตรสำเร็จ แต่ถามว่าผิดหวังไม่ก็ไม่นะ เพราะไม่ได้คาดหวังอะไรกับหนังเรื่องนี้อยู่แล้ว และมันก็ไม่ได้แย่มากขนาดนั้นด้วย
 
- ปาดังเบซาร์ (I Carried You Home)
(อ่านบล็อกได้ ที่นี่)
 
หนังเงียบมากจนอยากหลับ แต่มันถูกสอนสั่งมาว่าเจ้าจงเป็นหนังอินดี้ เจ้าต้องเงียบให้ได้มากที่สุด ผลปรากฎว่าเป็นหนังที่มีแนวคิดที่ดี แต่การนำเสนอมันเนิบจนแบบว่า มันสมจริงเกินไป ช่วยเพิ่มความบันเทิงมาให้กันบ้างเถอะ
 
- Man of Steel : บุรุษเหล็กซุปเปอร์แมน
(อ่านบล็อกได้ ที่นี่)
 
แอบผิดหวังเล็กน้อยที่เนื้อเรื่องมันจบได้แบบน่าปาหมอนใส่นิดหน่อย แต่ถือเป็นการรีบู๊ทเรื่องใหม่ได้น่าสนใจและบ้าพลังที่สุดในรอบปี ดราม่าเกือบถึงขั้นละ เพราะดูแล้วยังไม่ค่อยอินเท่าไหร่ แต่น่าแปลก ตอนไปดูในโรงนี่สนุกนะ แต่พอมาดูอีกรอบบนรถทัวร์ทำไมถึงดูแล้วง่วงก็ไม่รู้สิ
 
- Thor The Dark World : เทพเจ้าสายฟ้าโลกาทมิฬ
(อ่านบล็อกได้ ที่นี่)
 
เคยดูภาคแรกแบบผ่านๆ กับดิอะเวนเจอร์สมา พอมาดูภาค 2 ก็เลยงง โชคดีที่ไปดูกับเพื่อน ก็เลยให้เพื่อนท้าวความให้ สนุกกว่าไอเยิ่นแมน 3 หลายเท่าเลย พี่น้องเทพคู่นี้ก็ชวนจิ้น ทหารของธอร์คนนึงก็หล่ออยากได้ แต่มันก็นะ มีหนังเรื่องอื่นที่ถูกใจมากกว่าอ่ะ
 
- The Hunger Games : Catching Fire เกมล่าเกม แคทชิ่ง ไฟเออร์
(อ่านบล็อกได้ ที่นี่)
 
ภาคแรกดูแล้วเฉยๆ จริงๆ กับมุมกล้องชวนเวียนหัว แต่ภาคนี้มาดูเค้าว่าจะอิงตามหนังสือมากถึงมากที่สุด และมุมกล้องที่ดีขึ้น ขอบคุณผู้กำกับที่ไม่ไจ้างช่างกล้องเมาเหล้ามาถ่ายทำ ภาคนี้สนุกดีนะ แต่การที่มาตัดจบลงตรงนี้คือทำร้ายจิตใจมาก จากคนที่ไม่เคยอ่านหนังสือมาก่อน กลายเป็นว่าเราต้องรออีก 2 ปีจนกว่าจะได้รู้ว่ามันจะจบยังไง ดูตอนแรกกำลังฟินกับเกล แต่พอมาเจอฟินนิคเท่านั้นแหละ -3-) เอาเกลไปโยนทิ้งลงหน้าผาเลยให้ตายสิ 55555
 
ทั้งนี้ข้าเจ้าขอขอบคุณทุกคนท่เข้ามาอ่านมาคอมเมนท์มาให้กำลังใจให้ข้าเจ้า แล้วเราจะมานั่งดูหนังไปพร้อมๆ กันตลอดปีนะฮ๊าฟฟฟฟฟ -3-)

Comment

Comment:

Tweet