"มากดติ๊งหน่องหาเตี่ยหรอ" (อ้าว มากดหามึง ไม่ได้มากดหาเตี่ยมึง)
 
มีความพยายามที่จะทำความเข้าใจเรื่องการเดินทางข้ามเวลามาตลอดหลายปี จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราเกิดมีความสามารถนี้ขึ้นมา  เราจะเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง หรือจะเอาไว้ใช้หาแฟน? จึงเป็นที่มาของหนังรักโรแมนติกจากอังกฤษแห่งปี ที่ทำให้ข้าเจ้าต้องถ่อสังขารมาดูถึงที่กรุงเทพ (พอดีว่าปิดเทอม) กับ About Time หรือชื่อภาษาไทยคือ ย้อนเวลาให้เธอ(ปิ๊ง)รัก หนังรักจากฝั่งอังกฤษเรื่องล่าสุดที่ข้าเจ้าดูก็คงจะเป็น Musics & Lyrics ล่ะมั้งถ้าจำไม่ผิด
 
ดองบล็อกมากว่า 3 เดือนเพราะว่าตอนแรกกะจะอัพบล็อกหลังดุหนังจบ แต่เพราะว่า Exteen นับเลข 502 503 504 เป็นประวัติการ ข้าเจ้าจึงตัดสินใจงดอัพบล็อกไปเลย จนกระทั่งได้มารู้ว่าทีมงานใหม่แก้ไขปัยหานับเลขแล้ว เลยกลับมาปัดฝุ่น Entry นี้ใหม่ และต้องยอมรับว่าลืมเรื่องราวไปหมดแล้ว เลยหาโหลดไฟล์ HD มาดูรอบที่สอง เหอะๆๆๆ
 
 
เรื่องมีอยู่ว่าในวัย 21 ปี ทิม เลค (โดห์นัลล์ กลีสัน) ค้นพบว่าตัวเองสามารถเดินทางย้อนเวลาได้...
 
ในคืนหลังจากงานปาร์ตี้ที่ห่วยแตกในนิวยอร์ก พ่อของทิม (บิลล์ ไนฮีย์) ได้เล่าให้ลูกชายของเขาฟังว่า ผู้ชายในตระกูลเขามีความสามารถในการเดินทางย้อนเวลาเสมอ ทิมไม่สามารถเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ได้ แต่เขาสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้นและเคยเกิดขึ้นมาแล้วในชีวิตของเขาได้ เขาก็เลยตัดสินใจจะทำให้โลกนี้สวยงามขึ้น... ด้วยการหาแฟนซักคน น่าเศร้าที่มันอาจไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คุณคิด
 
 
***เข้าสู่อาณาเขตการสปอยล์***
 
หลังจากที่ย้ายจากคอร์นวอลไปสู่ลอนดอนเพื่อฝึกฝนการเป็นทนายความ ในที่สุดทิมก็ได้พบกับแมรี (เรเชล แม็คอดัมส์) สาวสวยที่ไม่มั่นใจในตัวเอง พวกเขาตกหลุมรักกัน แต่การเดินทางย้อนเวลาที่ผิดพลาดก็หมายความว่าเขาไม่เคยได้พบเธอเลย ดังนั้นพวกเขาก็เลยได้พบกันเป็นครั้งแรกอีกครั้ง และก็อีกครั้ง และท้ายที่สุด หลังจากการเดินทางข้ามเวลาหลายครั้งหลายหนอย่างชาญฉลาด เขาก็เอาชนะใจเธอได้สำเร็จ
 
หลังจากนั้นทิมก็ใช้พลังของตัวเองในการเนรมิตฉากขอแต่งงานที่โรแมนติกที่สุด ในการกอบกู้งานแต่งงานเขาจากคำอวยพรเพื่อนเจ้าบ่าวที่เลวร้ายที่สุด ในการช่วยเพื่อนรักของเขาจากหายนะทางหน้าที่การงานและในการพาภรรยาที่ตั้งครรภ์ของเขาไปโรงพยาบาลให้ทันเวลาคลอดลูกสาวของพวกเขา แม้จะมีรถติดอย่างวายป่วงนอกแอ็บบี้ โร้ดซักแค่ไหน
 
แต่ยิ่งชีวิตที่ไม่ธรรมดาของเขาเดินหน้าไปเท่าไหร่ ทิมก็ค้นพบว่าพรสวรรค์พิเศษนี้ของเขาไม่สามารถช่วยเขาไม่ให้เจอกับความโศกเศร้าและเรื่องราวดีและร้ายที่ส่งผลกระทบต่อทุกครอบครัวทุกหนทุกแห่งได้ มันมีข้อจำกัดในสิ่งที่การเดินทางย้อนเวลาสามารถทำได้ และมันก็เป็นเรื่องอันตรายด้วยเช่นกัน ในท้ายที่สุดพบว่า การใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าที่สุดอาจจะไม่ต้องอาศัยการเดินทางย้อนเวลาเลยซักนิด
 
 
ฉากหนึ่งที่ข้าเจ้าชอบมากก็คือ ฉากที่ทิมได้ขอเบอร์แมรี่ เป็นฉากที่เรียบง่ายแต่กินใจผู้ชมหลายคนแน่ๆ เขากล่าวกับแมรี่ว่า "มือถือเครื่องนี้ของผมมันเฮงซวย แต่ตอนนี้มันเป็นมือถือที่มีค่าที่สุด" เพราะมันมีเบอร์โทรของแมรี่บันทึกอยู่ในนั้นนั่นเอง ทำให้ข้าเจ้าพาลนึกไปถึงมือถือของข้าเจ้าเองที่ตอนนี้กากมาก อยากจะเปลี่ยน แต่ในนั้นมีทั้งเบอร์และ SMS ที่เคยส่งหากัน คิดจะลืมก็ลืมไม่ลง เก็บทุกอย่างไว้ในนั้น เพราะมันคือความทรงจำที่มีค่า
 
มีฉากนึงที่ข้าเจ้าข้องใจก็คือฉากที่ทิมได้เจอกับชาร์ล็อต รักครั้งแรกของเธออีกครั้ง จึงได้ไปถามคนในพันทิปก็ได้ทราบว่า เมื่อเธอได้เข้ามาทำให้ใจของทิมต้องหวั่นไหวอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาจะไม่หลงกลเธออีกแล้ว เพราะเขารู้ว่ายังไงชาร์ล็อตก็คงไม่ได้รักเขาหรอก แต่ที่อุตส่าห์ชวนขึ้นห้องก็เพราะว่าเธอเงี่ยน เธออยากได้ความสุขระยะสั้น แต่ทิมที่ตอนนี้มีความรัก รักที่เกิดความความรู้สึกจริงๆ เขาเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเพียงความสัมพันธ์ที่ฉาบฉวยึงตัดสินใจบอกลาเธอ ใช่ เราไม่ได้เจอเธออีกเลย เพราะเธอมันนังไม่ดี นางไม่สมควรที่จะได้มีที่ยืนในหนังอีก
 
 
หนังเรื่องนี้ได้สอนให้รู้ว่าถ้าเขาไม่ได้รักเรา ต่อให้ย้อนเวลาไปไกลเท่าไหร่ก็ไม่อาจทำให้เขามารักเราได้หรอก ชีวิตเราไม่ได้ติดอยู่กับคนๆ เดียว เราอาจจะต้องปล่อยให้ใครสักคนเดินผ่านไป แล้วรอคนใหม่เดินเข้ามา และใช่ เขาต้องเป็นคนที่เราสามารถชนะใจเขาได้ เป็นคู่แท้ของหัวใจ คนที่ไม่ต้องย้อนเวลาเขาก็รักเราได้ (เหมือนกินนิ้วกลมข้ไปเองเลย 555)
 
บางทีเจ้าทิมเองอาจจะไม่จำเป็นต้องย้อนเวลาเลยตั้งแต่แรก แต่ที่เค้าย้อนไปเพราะอะไร เพราะทุกอย่างมันพัง แล้วทำไมถึงพัง ก็เป็นเพราะนิสัยของทิมเองต่างหาก ที่เป็นคนชอบพูดอะไรตรงไปตรงมา ขวานผ่าซาก และพูดไม่ค่อยคิด ผลที่ออกมาหลายๆ ครั้งทำให้เขาต้องพึ่งการมุดตู้อย่างช่วยไม่ได้ ทั้งๆ ที่หน้าตาก็ไม่ได้เลวร้ายนะ แต่นิสัยไม่ดีเอง ทำให้เราได้เห็นว่าในตอนจบทิมก็หันมาใส่ใจในทุกการกระทำมากขึ้น
 
***จบอาณาเขตการสปอยล์***
 
 
จุดที่ชอบ
- เพลงประกอบ
- นักแสดงน่าย้าก
- แง่คิดดี
 
จุดสังเกต
- พระเอกหน้าเหมือน บิล วิสลีย์ ในแฮร์รี่ พอตเตอร์
- เห็นตอนนางเอกตัดผมหน้าม้าแล้วนึกถึงเทย์เลอร์ สวิฟท์
- หน้าพ่อพระเอกคุ้นๆ เหมือนเล่นหนังมาแล้วหลายเรื่อง
 
กะโหลก
ภาพและเทคนิคพิเศษ 17/20
เสียงและดนตรีประกอบ 18/20
นักแสดงและตัวละคร 18/20
บท แง่คิด และเนื้อเรื่อง
16/20
ความสนุกและพึงพอใจ 18/20
กะโหลกรวม  87/100
 
หนึ่งประโยค : ขอตัวมุดตู้แปบ
 
เหมาะกับเป็นหนังที่ควรดูสองรอบเพราะต้องไปเก็บรายละเอียดจริงๆ ดูรอบแรกยังไม่ค่อยเข้าใจเลย ฮ่าๆๆๆ และก็ไม่จำเป็นต้องไปดูเป็นคู่ก็ได้ เพราะไปดูคนเดียวก็ยังอิ่มอยู่ -3-)
 
ส่วนคนที่ไปดูมาแล้วอยากจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เรียนเชิญช่วยกันใช้พื้นที่คอมเมนท์ข้างล่างให้เกิดประโยชน์ครับ อย่าปล่อยให้ทิ้งร้างจะเป็นพระคุณอย่างสูง
 
แล้วพบกันใหม่หลังหนังเรื่องต่อไปจบลง ขอให้สนุกกับการดูหนังครับ :)
 
Skull Registration No. 0030
 

Comment

Comment:

Tweet

เรื่องนี้น่ารักมากเลยยย ทั้งความรักของพระเอกนางเอก
พระเอกและพ่อ
ชอบมากกก  อยากไปตัดหน้าม้าแบบนางเอกมั่ง5555

#8 By ด.ญ.พินกคิโอ on 2014-03-26 01:19

Hot!

#7 By My Plantation on 2014-02-18 13:32

ชอบHot! Hot!

#6 By Forever Drift on 2014-01-28 18:43

พ่อพระเอกแสดงหนังมาแล้วหลายเรื่องจริง
Love Actually นั้นก็ใช่เลย จำได้ ฮ่าาาา
ชอบเรื่องนี้นะคะ ดูแล้วอุ่นใจดี แต่อาจจะต้องไปดูอีกที:)
เพราะดูแบบไม่มีซับ บางอย่างอาจจะตกหล่นไปบ้างเหมือนกัน แหง่มๆ

#5 By winter-moonlight on 2014-01-27 20:40

เรื่องนี้น่ารักมากเลยค่ะ
นางเอกน่ารักมาก
ชอบบบบ เพลงเพราะดี big smile

#4 By janmarin on 2014-01-25 20:45

ผมชอบบเหมือนกันคับเรื่องนี้ โรแมนติกคอมเมดี้ดีนะ big smile

#2 By drpetong on 2014-01-24 18:01

พ่อพระเอก ก็ รมต.กระทรวงเวทมนต์ในแฮร์รี่ไงครับ 5555+

#1 By (124.121.82.230|124.121.82.230) on 2014-01-16 16:28