"เฆี่ยนมันให้ตายซะ" (ทำไมโหดร้ายจังเลยอ่ะเตง)
 
SUMMIT PRESENTS
 
หนังเรื่องนี้เพิ่งได้รับรางวัลภาพยนตร์ดราม่ายอดเยี่ยมจากเวทีลูกโลกทองคำ เข้าฉายในไทยจริงๆ ก็เมื่อวันที่ 16 แต่อนิจจาเอ๋ย เมเจอร์เซ็นทรัลแอร์พอร์ตเชียงใหม่กลับไม่เอาหนังเรื่องนี้เข้าฉาย โรงหนังที่เอามาฉายกลับเป็นเมเจอร์เซ็นทรัลเฟสติวัล ซึ่งอยู่ห่างไกลไกลห่างจากหอข้าเจ้าเป็นนัก ครั้นจะโบกรถแดงไปดูก็เกรงว่าค่าใช้จ่ายจะทำร้ายกระเป๋าสตางค์อันแสนบางเบาของข้าเจ้า เลยได้แต่นั่งร้องไห้อยู่ที่หอ เฝ้ารอวันที่อาจจะต้องโหลดดู
 
แต่เหมือนสวรรค์ทรงโปรด เมื่อห้างใหม่แห่งประเทศเชียงใหม่ เมญ่า ได้มาเปิดทำการค้าการขายเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา มาพร้อมกับโรงหนังเอสเอฟ และที่สำคัญ ใกล้หอข้าเจ้ามาก ใกล้กว่าเมเจอร์เชียงใหม่เสียงอีก ข้าเจ้าจึงลองเช็ครอบหนังดู ก็พบหนังเรื่องนี้ในรายชื่อด้วย น้ำตาจะไหล ขอร้องไห้นะคะ เลยบึ่งไปดูในวันเปิดห้างใหม่พอดีกับหนังดราม่าเรียกร้องความเป็นไทเรื่องนี้ 12 Years A Slave กับชื่อภาษาไทยสุดโหดว่า ปลดแอก คนย่ำคน หนังที่จะคอยทำลายวันที่แสนสุขของทุกคนในย่อยยับพินาศไป
 
 
ONCE UPON A TIME
 
เรื่องราวของชายคนหนึ่งที่เล่นไพ่สลาฟมา 12 ปี แต่ไม่เคยเป็นคิงเลย เป็นสลาฟตลอดให้ตายสิ (ออกทะเลแล้วววว)
 
เล่าใหม่ เรื่องราวของโซโลมอน นอร์ธทัพ ชาวผิวดำที่มีอาชีพเป็นผู้เชียวชาญเรื่องไวโอลิน หรือนักดนตรีนั่นเอง ในสมัยปี 1841 ที่อเมริกายังคงใช้ระบบทาสอยู่ และแน่นอนว่าสังคมในสมัยนั้นค่อนข้างหดหู่ ชาวผิวดำหลายๆ คนถูกจับไปเป็นทาสและต้องคอยปรนนิบัติรับใช้ชนผิวขาวที่ชอบดูถูกรังแกและเหยียดหยาม แต่พระเอกในตอนแรกนั้นยังไม่ได้ไปเป็นทาสแต่ประการใด เป็นอิสรภาพชนคนหนึ่งที่มีสิทธิ์มีเสียง มีลูกมีเมียคอยดูแล
 
วันหนึ่งมีชายสองคนมาติดต่อโซโลมอนจะจ้างให้ไปเล่นไวโอลีนที่วอชิงตัน เขาก็ตกลงเพราะได้ค่าจ้างงาม เมื่อเสร็จงานชายสองคนนี้พาโซโลมอนไปเลี้ยงเหล้า และมอมเขาจนไม่รุ้สึกตัว พอมารู้สึกตัวอีกที เขาก็ถูกขายเป้นทาสไปเรียบร้อยแล้ว ยิ่งเป็นคนผิวดำในสังคมอเมริกา โอ้ย จะไปเรียกร้องใครได้ว่าแท้จริงเป็นใคร เอกสารอะไรก็อยู่ที่บ้านนู่น ทำไมนายโซโลมอนของเราถึงได้ซวยขนาดนี้นะ ไม่เข้าใจ
 
ไหนจะถูกจับมาเป็นทาสอย่างไม่ได้เต็มใจ ถูกบังคับให้ใช้ชื่อว่า แพลท และจำต้องทนกับภูมิลำเนาจอร์เจียที่ไม่ใช่บ้านเกิดของเขาเลย เขาจึงต้องเสาะหาความยุติธรรมและผลักดันตัวเองให้พ้นจากคืนอันเป็นนรกเหล่านี้ไปให้ได้
 
 
A LITTLE TALK
 
ต้องบอกว่าภาพค่อนข้างสวยเลยทีเดียว ภาพเป็นแบบ 2.35:1 เหมือนหนังเรื่องทั่วๆ ไป แต่จุดเด่นของหนังคือ บางฉากเป็นฉากลองเทค ทำให้อารมณ์มันไปกองอยู่ในฉากทั้งหมด แล้วฉากลองเทคเหล่านั้นก็ดูจะทรงพลังมากเลยทีเดียว
 
เพลงประกอบน้้น คือว่าตอนดูไปก็สงสัยว่าทำไมเพลงมันกดอารมณ์จัง แบบบางฉากเพลงประกอบก้หนักมากจนทำให้เราสะพรึง พอดูจนจบเลยได้รู่ว่า โฮ่ ลุงฮาน ซิมเมอร์ เจ้าเก่าเป็นคนประพันธ์เพลงไว้หรือนี่ โคตรเทพเลย แม้ว่าเพลงในเรื่องนี้จะไม่ได้ผ่างๆๆ เหมือนหนังของลุงโนแลน แต่มันมาแบบกดอารมณ์มากๆ บีบมาก โอ้ย
 
นักแสดงถือว่าจัดเต็มมากตั้งแต่ตัวพระเอกเลย นักแสดงคนอื่นๆ ที่เป็นทาสก็แสดงดีจนน่าใจหาย นักแสดงชื่อดังคนอื่นๆ แม้ว่าจะโผล่มาไม่นาน แต่ก็มาได้เท่มาก อยากลุงแบรด พิตต์งี้ ลุงเบเนดิกซ์ คัมเบอร์แบตช์งี้ ลุงไมเคิล ฟาสเบนเดอร์งี้ ลุงสามคนนี้เท่มากเลย -3-) ♥
 
ต้องยอมรับว่าบทหนังค่อนข้างโหด หดหู่ ทำร้ายจิตใจคนดูขวัญอ่อนพอสมควร แม้จะไม่มีอะไรให้ชวนลุ้นเท่าไหร่นัก แต่สถานกาณณ์ในหนังคือค่อนข้างบีบคั้นจิตใจมาก เคยเห็นคนๆ นึงบอกว่าอยากออกจากโรงทุก 5 นาทีเลย เพราะเขาหดหู่มาก ซึ่งก็แล้วแต่คน ส่วนตัวข้าเจ้าเองถึงว่าโอเค แต่ก็ทำให้รู้สึกว่า อืม หนังดีนะ แต่ดูสักครั้งสองครั้งก็คงพอแหละ
 
<
 
CLIMAX - SPOILER ALERT
 
จุดน่าสังเกตในหนังเห็นจะเป็นฉากเพศสัมพันธ์ มีถึง 2 ฉาก และเป็นฉากลองเทคทั้งสิ้น นักแสดงถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ดี แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ทำไมถึงเสร็จเร็วจัง ยังไม่ถึงนาทีก็เสร็จซะละ ข้าเจ้ากำลังคิดไปยังไม่ทันจะถึงไหน อ้าวจบซะละ แต่ก็ดีที่จบเร็ว เพราะนี่เป็นหนังดราม่า ไม่ใช่หนังโป๊ ฉากพวกนี้ไม่จำเป็นต้องละเอียดมากก้ได้ใช่มะ แค่ได้รู้ว่ามีก็พอแล้ว
 
สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นได้เช่นกัน จู่ๆ หนังก็มีฉากทาสผู้ชายแก้ผ้าอาบน้ำ โอ้ยยยย ตอนแรกยังดีนะที่หันหลังให้ แต่อีกฉากนึงมา มาเต็มๆ เลย เห็นหมดเลย หลายคนด้วย โอยยย แต่ข้าเจ้าสงสัยว่าทำไมถึงใหญ่จัง ไม่ได้จะทะลึ่งนะ แต่ที่เห็นในหนังถือว่าใหญ่มาก ก็คงจะเป็นเพราะชาติพันธุ์ฝรั่งล่ะมั้ง เอาเป็นว่าไม่ลงรายละเอียดละกัน เดี๋ยวจะโดนทีมงานเก็บไปซะก่อน 5555
 
ข้าเจ้าเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าฉากเฆี่ยนทาสผู้หญิงต้องเป็นฉากที่ใครหลายๆ คนจะต้องกล่าวขานกันไปอีกนานแน่ๆ เพราะเป็นฉากที่ค่อนข้างยาวและเป็นฉากลองเทคด้วย ทุกอย่างดำเนินต่อเนื่องกันตั้งแต่ที่เธอเดินเข้ามาในฉาก ทะเลาะกับนายทาส และถูกโบยตีโดนพระเอกอย่างไม่ค่อยเติมใจ ก่อนจะถูกนายทาสเฆี่ยนแทนอย่างสะใจจนเธอบอบช้ำและสลบไป โดยที่ไม่ได้ตัดภาพเลย กล้องตัวเดียวเคลื่อนไปตามฉากอย่างต่อเนื่อง หมุนวนไปมาระหว่างลานกว้างหน้าบ้านนั่น เป็นฉากที่ทรงพลังและติดตาข้าเจ้ามากที่สุดแล้วจริงๆ
 
เป็นหนังที่หดหู่มาจนถึงตอนจบเลย แม้ว่าพระเอกจะได้รับความช่วยเหลือจากลุงแบรด พิตต์จนได้กลับไปพบหน้าลูกเมีย (และผัวของลูกที่เกือบถูกเข้าใจผิดว่าเป็นผัวใหม่ของเมียพระเอกแล้วล่ะสิ 5555) ก็ตามที แต่หนังยังคงทิ้งให้ทาสคนอื่นๆ ต้องเผชิญกับนรกบนดินกันต่อไป โฮ โหดร้าย :3 ทำให้เป็นว่าวันนั้นที่ข้าเจ้าได้ไปเดินดูห้างใหม่อย่างมีความสุข พอออกจากโรงมาคือมองอะไรไม่เป็นเหมือนเดิมเลย โฮ

 
SKULLS
 
ภาพและเทคนิคพิเศษ 17/20
เสียงและดนตรีประกอบ 8/10
นักแสดงและตัวละคร 14/15
บท แง่คิด และเนื้อเรื่อง 28/30
ความสนุกและพึงพอใจ 22/25
กะโหลกรวม  89/100
 
END CREDIT
 
(อัพเดต) หนังเรื่องนี้ได้รับรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประจำปี ก็ถือได้ว่าเป็นหนังที่ค่อนข้างทรงคุณค่าเลยทีเดียว นอกจากจะสะท้อนสภาพสังคมของระบบทาสในสมัยก่อน ยังเน้นให้เห็นถึงความตั้งใจและอดทนของชายหนุ่มหนึ่งคนหนึ่งที่ต้องทำเพื่อจะได้กลับไปพบหน้าพบตาครอบครัวอีกด้วย
 
Skull Registration No. 0031
 

Comment

Comment:

Tweet